ขึ้นหัวข้อ Entry ไปแบบนั้น บางท่านอาจคิดว่าผมจะพูดถึงนวัตกรรมใหม่อะไรซักอย่างเกี่ยวกับแว่นตา...

....เปล่าครับ ผมกำลังจะพูดถึงแว่นสายตาที่ใส่กันนี่แหล่ะ

ผมแนะนำว่าใครที่จะตัดแว่นใหม่ แล้วยังคิดจะใส่เลนส์กระจกเพราะประหยัดอยู่ละก็...

เปลี่ยนเหอะเพ่!!

ถามว่าทำไม ก็เพราะว่า การใส่แว่นสายตาแบบเลนส์พลาสติกนั้น มีประโยชน์อยู่อย่างหนึ่ง

แถมได้เปรียบกว่าพวกที่ไม่ใส่แว่นด้วยนะเออ!!

วันนี้ในชั่วโมงพละ ห้องผมกำลังจะสอบฟุตซอล ทุกคนก็เลยซ้อมฟุตซอลกันในโรงยิม

มีอยู่ช็อตนึง ขณะที่ผมกำลังฝึกซ้อม แล้วตอนนั้นกำลังรอเพื่อนส่งบอลมา

 

......ป๊ากกกกกกกกกก!!!!!!!!!

Critical!! Shield Break!!

 

มีลูกบอลจากที่ไหนไม่รู้พุ่งเข้าเต็มเบ้าตาขวาผมอย่างจัง!!

แว่นของผมลอยละลิ่ว ร่วงลงสู่พื้น เลนส์ข้างขวาบินว่อน

ผมรีบเอามือกุมตาขวาด้วยความตกใจ

ตาผมบวม มีเลือดออก ...แต่ตายังไม่บอด

เพื่อนผม คนที่บังเอิญยิงลูกโทษเข้าเบ้าตาผมตกใจ รีบพาผมลาครูไปห้องพยาบาลทันที

เอาเจลแช่ช่องฟรีซโปะบนเบ้าตาซักพัก(คาดว่าเกือบชั่วโมง) อาการบวนก็ลดลงไป

ผลสรุปตอนนี้ก็คือ แค่หนังตาถลอก แถมแว่นตาไม่แตก แค่เลนส์ขวาหลุด ใส่ๆเข้าไปใหม่ได้ (แต่เดี๋ยวก็ตัดแว่นใหม่อยู่ดี)

ลองคิดดู

ถ้ามีลูกบอลหนัง พุ่งเข้าชนเบ้าตาขวาแบบจังๆ

แล้วไม่มีแว่นตาป้องกันไว้

มีสิทธิ์ลูกตาแตก โอกาสตาบอดสูงมาก

แต่ถ้าเป็นแว่นตาเลนส์กระจก มันก็มีสิทธิ์แตก แล้วเข้ามาทิ่มตาอยู่ดี

ผมไม่ได้แนะนำให้ผู้เข้าชมทุกท่านทำลายสายตาตัวเอง แล้วไปหาแว่นสายตามาใส่นะ

แต่ถ้าแนะนำ ผมก็แนะนำให้เฉพาะคนที่ใช้เลนส์กระจกให้เปลี่ยนเป็นเลนส์พลาสติกเท่านั้นแหล่ะ

หลักๆผมก็แค่เอาประสบการณ์มาเล่าให้ฟังกัน แล้วแนะนำ

ว่าถ้าคุณสายตาสั้น ใส่แว่นสายตาเล่นกีฬาเกี่ยวกับบอลก็ดีครับ อย่างน้อยมันก็เหมือนมีเกราะป้องกันให้แก่ดวงตาของคุณ!! (เลนส์พลาสติกด้วยนะ)

edit @ 29 Jul 2008 20:25:49 by Kenjinora

หลังจากที่ถูกโรคเดือนห้าเล่นงานไปอีกราย(ข้ออ้าง) เลยทำให้มาอัพเดทบล็อคช้าลง

แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ค่อยมีข่าวสารอะไรนักอ่านะ

เออ งั้นก็ปล่อยวางไว้ก่อนแล้วกัน ช่วงนี้มึน(ฮา)

เอาล่ะ มาสะสางแท็คละครับ

เริ่มกะแท็คแรก ทำง่ายหน่อย ได้จาก อิม ประธวยเหลา

ขอตั้งชื่อแท็คโดยพลการว่า Tag คาแร็คเตอร์ที่(ถูก)เลือก(โบ้ย)

กติกาแสนง่าย(ละมั้ง)

คนที่ส่งให้จะเลือกตัวละครหรือตัวการ์ตูนขึ้นมา 1 ตัว แล้วส่งให้กับคนต่อไปเป็นคนทำ
คนทำก็จะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับตัวละครที่คนส่งเป็นคนเลือกมา

(ก็อปมาดื้อๆเลย แหะๆ)

อิมมันโยน อายานามิ เรย์ จาก Neon Genesis Evangalion อวสานวันสิ้นโลก(?) มาให้ผมครับ(เห็นเฮดตูเป็นเรย์ล่ะสิ ถึงส่งให้...)

- ชอบคาแร็คเตอร์ตัวนี้ไหม?

Ans : เดิมทีชอบตรงที่เงียบดีครับ แต่ความชอบดันพุ่งขึ้นหลังจากดู Rebuild Evangelion -You are (not) alone ไปได้เล็กน้อย(แล้วมันซับไม่ขึ้น เลยขอทำใจก่อนที่จะพยายามดู(ดำ)ให้จบ)

อันที่จริงผมก็ชอบอาสึกะด้วยนะ ผมเป็นคนชอบเด็กมีปัญหา(เอ๊ะ?)

- เรียกคาแร็คเตอร์ตัวนี้ว่ายังไงบ้าง?

Ans : เรย์ , บลูเรย์(ดิสก์)

- สีอิมเมจของคาแร็คเตอร์ตัวนี้คืออะไร?

Ans : จากคำตอบข้างต้นก็น่าจะรู้กันแน่นอน สีฟ้าครับ เพราะเธอคือบลูเรย์(ที่คู่กับเรดอาสึกะ)

- เพลงอิมเมจของคาแร็คเตอร์ตัวนี้คืออะไร?

Ans : ถ้าของออริจินัล ผมไม่รู้หรอก แต่สำหรับผม ผมขอเซ็ทให้เป็น Fly me to the moon ครับ (ให้ดีก็เวอร์ชั่น 2007 Mix ไปเลย ความชอบส่วนตัว) 

- คิดว่าคาแร็คเตอร์ตัวนี้กรุ๊ปเลือดอะไร?

Ans : ไม่รู้ครับ ไม่ได้เป็นแฟนพันธุ์แท้ดั้งเดิม...แต่คิดว่าคงไม่ใช่กรุ๊ปเลือดธรรมดา

- ในเรื่อง มีคาแร็คเตอร์ตัวไหนที่คิดว่า "ถ้าคู่กับคนนี้ล่ะก็ OK!!" หรือไม่?

Ans : อ๊ะ ของตาย บลูเรย์ ย่อมคู่กับ เรดอาสึกะ

- มีคำพูดอะไรที่อยากให้คาแร็คเตอร์ตัวนี้พูดบ้าง?

Ans : ที่จริงก็ไม่มีเป็นพิเศษนะครับ อยากให้เรย์พูดว่า"ยินดีที่ได้รู้จัก"ก็พอแล้ว จะได้แปลว่าเธอได้รู้จักผมเป็นที่เรียบร้อย

- จับมือ, กอด, จูบ ถ้าให้ทำได้อย่างหนึ่งในสามอย่างนี้ จะเลือกทำอะไร?

Ans : เอาจริงๆ ขอกอดครับ....อาจจะเรียกว่าขอมากไปด้วยซ้ำครับ ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร

*ส่งแท็คนี้ให้กับอีก 5 คน พร้อมเลือกตัวละครด้วย*

....มุขเดิม ใครอยากได้มาขอผมละกัน เพราะไม่รู้ว่าใครทำไปมั่งแล้ว *-*

เอาละ มาแท็คที่ 2

แท็คที่ดูเหมือนง่าย แต่ทำเอาตูใช้เวลาคิดซะเนินนานเลยพี่น้อง...

ลงมือเลยดีกว่า

กับ แท็คที่ 2 ของข้าพเจ้า : Tag 6 อย่างที่อยาก(แฉ)ให้คนอื่นรู้!!!

แต่ขอแหกเงื่อนไขหน่อยดีกว่า

เป็น

Tag ความฝัน 6 ประการที่อยาก(แฉ)ให้คนอื่นรู้!!!

หลายๆคนย่อมต้องมีความฝัน ไม่มากก็น้อย เพราะมันเป็นตัวกำหนดเป้าหมายและเป็นแรงผลักดันให้ชีวิตเราก้าวไป

เอาล่ะ มาดูความฝันของผมกัน

ความฝันที่ 1 : อยากเป็นนักแข่งรถ (เริ่มราวๆ อ.1)

ถ้าถามว่าทำไม ก็เพราะตอนนั้นผมติดการ์ตูนเรื่อง Cyber Formula ครับ ติดมากๆ โคตรอยากขับอาซึราดะแทนฮายาโตะเลย(ฮา) แถมต้องแหกตาตื่นแต่เช้าเพื่อดูเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยล่ะ

เห็นว่าชีวิตที่เกี่ยวข้องกับความเร็วมันน่าสนุกดีครับ ช่วงนั้นผมก็ชอบ(จิ๊ก)อ่านหนังสือรถของพ่อบ่อยๆ แบบว่าเป็น Car Maniac เลยก็ว่าได้

แต่ความฝันนี้ก็จบลงตอนช่วงเข้ามัธยม เพราะหาโอกาสไปทำได้ยาก จะลองขับรถก็ไม่ได้ขับซักที เบื่อ เลยเลิกไป

แถมเดี๋ยวนี้ขับรถไปก็เจอแต่ไฟแดงครับ จะซิ่งน่ะฝันไปเถอะ เจอค่าปรับด้วย

อ่อ อย่าลืมนะครับ เมาแล้วขับ ทั้งปรับทั้งคุก

ความฝันที่ 2 : อยากไปแข่ง Mini 4 WD WGP (เริ่มราวๆ ป.2)

หลังจาก Cyber Formula จบไปก็มาติดทามิย่ากับ Let's & Go แทนครับ ชีวิตผมมีแต่รถและความเร็ว

ตอนแรกที่ยังไม่รู้อิโหน่อิเหน่ก็ซื้อของปลอมมา 1 คัน - Diosparda ด้วยความที่ว่ามันสวยดี แล้วตอนหลังมาอ่าน Let's & Go คอมมิคแล้วถึงกับตะลึง "รถมันติดใบมีดข้างในได้เยอะขนาดเลยเหรอเนี่ย!?"

หลังจากนั้นก็เริ่มซื้อแต่ของแท้ อนุรักษ์ของแท้โคตรๆครับ อะไรๆก็ตราทามิย่าไว้ก่อน มอเตอร์ก็ซื้อแบบตราทามิย่า หนังสือการ์ตูนคู่มือทามิย่าก็มี(ตอนนี้หายไปไหนไม่รู้) ตอนซื้อ PS1 ใหม่ก็หมายหัว Let & Go Eternal Wings ไว้เป็นเกมแรกที่ต้องเล่นให้ได้ เห็นคนอื่นปรับแต่งรถเร็วๆ + โรลเลอร์เป็นชั้นๆ วิ่งฟิ้วๆๆไปนี่ ตาลุกวาวเลย

ครั้งนึงไปซื้อมอเตอร์แท้มาตัวนึงครับ Plasma Motor ครับ โคตรแรงเลย เอาใส่ Tridagger X + ใส่ถ่านอัลคาไลน์ทามิย่าไป วิ่งจนรางกระจุย กันชนหัก โรลเลอร์ปลิว มอเตอร์กระเด็นกันเลยทีเดียว (แล้วถึงบ้านก็ลืมเอามอเตอร์ออกจากกระเป๋ากางเกง ซักไปเรียบร้อย เป็นซากไป orz)

(แต่พอ ป.4 ก็เริ่มไปติดโปเกม่อน ดิจิม่อนแทน....)

ความฝันที่ 3 : อยากไปญี่ปุ่น (เริ่มเมื่อนานมาแล้ว...)

อันนี้ 1 ในความฝันสูงสุดเลยล่ะ หลายๆคนก็อยากไปกัน ใช่มะ *-*

ทั้งอาหาร อากาศ กิจกรรม สถานที่ บลาๆๆ

และแน่นอน

การ์ตูน! อนิเม! เกมส์! ฟิคเกอร์! อาร์ทบุ๊ค! ฯลฯ อีกมากมาย

เพราะเราร๊ากกกญี่ปุ่นนนนน ชีวิตนี้ขอให้ได้ไปซักครั้งเถอะ

....แต่กระนั้นก็อย่าทิ้งความเป็นไทยของเราไปล่ะ ประเทศเราก็มีดีเหมือนกันนะ

ความฝันที่ 4 : อยากเป็นคนที่กล้าแกร่ง

กล้าแกร่งในที่นี้ไม่ได้หมายความว่า บึกบึน กำยำ หรือต้องมีพละกำลังมากมายอะไร

แต่เป็นคนที่"จิตใจกล้าแกร่ง" เผชิญได้ทุกที่ไม่ว่าจะลำบากยากเย็นซักแค่ไหน สู้ไม่ถอย ไม่โลเล ไม่อ่อนแอ

(....ดูท่าใกล้จะหมดมุข...)

ความฝันที่ 5 : อยากทำโปรแกรมเมอร์ อยากวางรูปเก่ง อยากทำเกม อยากออกแบบ อยาก...บลาๆๆๆๆ

ฝันไว้ว่าอยากจะทำเกม RPG-Action เอฟเฟ็คท์สวยๆ ภาพงามๆ เล่นสนุกๆ

ก็ต้อง...เรียนๆไว้น่ะนะ...ตอนนี้ต้องหัดวาดรูปก่อน ยังไม่ถึงไหนเลย 5555+

มาถึงความฝันสุดท้าย

ความฝันที่ 6 : อยากให้คนอ่าน มีความสุข ประสบความสำเร็จในชีวิตทุกๆด้าน

และก็จบด้วยประการละฉะนี้...เอวัง

 

 

เนื่องจากจะพล่ามอีเว้นท์นี้เป็นพิเศษ(แม้มันจะไม่ได้พิเศษขนาดนั้น...)ก็เลยมาพล่ามให้อ่านกัน

เมื่อวาน วันวิสาขบูชา ผม(ถูกแม่ลาก)ไปทำบุญแต่เช้าที่วัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานีครับ แล้วก็มีเพื่อนบ้านไปด้วยอีก 2 คน

รถออกตอนเกือบๆ 6 โมง ผมที่อยู่ในสภาพสะลึมสะลือ พอนั่งรถก็หลับยาวตลอดทาง แวะไหนลงไปกินข้างรึซื้อของอะไรก็ไม่อยู่ในสมองและ

ตื่นมาอีกทีก็ตอนที่จะข้ามแม่น้ำไปอีกฝั่งเพื่อเข้าวัดน่ะแหล่ะ ตอนนั้นคงราวๆเที่ยงได้

ก็ไปสะเดาะเคราะห์ครับ ทำพิธีขอขมาครู แล้วแม่ก็พาเพื่อนบ้านอีก 2 คนทัวร์รอบวัดครับ(ส่วนผมกับแม่เคยมาก่อนแล้ว)

กว่าจะวนครบก็ล่อเอาเมื่อยเลยครับ

เย็นๆก็ไปให้อาหารปลา แล้วก็เวียนเทียนเป็นอย่างสุดท้าย แล้วก็กลับบ้าน

ถ้าถามว่าผมรู้สึกดีไหม?....ก็ดีครับ ได้ทำบุญ ถึงผมจะเป็นคนถูกลากมาก็เถอะ - -''

กลับมาบ้าน ก็เกือบๆ 5 ทุ่ม ได้เวลานอนพอดี ตื่นมาไปเรียนต่อ

........

แต่คืนนั้นผมนอนไม่ค่อยหลับครับ รู้สึกเหมือนผมจะหลับจริงๆก็ตี 3 อ่ะแหล่ะ

...แล้วมันก็ถึงวันที่ตรงกับหัวข้อเอ็นทรี่...

ผมตื่นมาด้วยเสียงโทรศัพท์ปลุก ซึ่งผมตั้งปลุกไว้ที่ 5.40 น. - 6.00 น. - 6.30 น.

แต่ผมตื่นตอน 6.10 น. ครับ

หลังจากอาบน้ำแปรงฟันแต่งตัวเสร็จ มีเวลาเหลือ ผมก็เปิดคอมครับ เพราะผมเป็นห่วง EVA-01 ในเว็ปเกม Spirit Of Steel ว่าจะโดนยำไปกี่ยก - -''

เปิดคอมมา เข้าเว็ปเช็คดู โอ้แม่จ้าว

โดนคนอื่นยกมาถล่มบ้านกระจาย เห็น Defense Histories แล้วใจหาย กันบ้านได้ 2 นอกนั้นเหมือนจะโดนกินเรียบ

แต่พอมาดู Ratio ของ Win/Lose ...

....หะ....

39/20

โอ้ววว นี่ตูกันบ้านดีขนาดนี้เชียวเรอะ!? (ทั้งที่ History มันไม่ชวนจดจำเลยนี่นะ?)

ผมก็ถือเป็นโอกาสดี แต่ยังไงก็ตาม เราก็ต้องพา EVA-01 เอามีดปาร์ต้าไปแทงหวย เอ้ย แทงหุ่นกันบ้านของคนอื่นเค้า เพื่อนำ Win กลับมา

ตอนแรกผมก็ไม่ได้คิดนะว่าจะดวงดีมาจากไหน

แต่ว่า

ไปแทงเค้า 6 ที่ ชนะหมดเลย

โอ้วววว ดวงกูขึ้นว้อยยยย!!!!

45/20 ละกู สบายแฮ

เปิดมาเรื่องดีวุ้ย

เรื่องนี้สอนให้ผมรู้ว่า มีชินจิ มันเทพอย่างนี้นี่เอง...(มันไปเพิ่มเกราะเข้า เลยทำให้คนอื่นตีเข้าลำบากขึ้น...สบายสายยื้อ)

พอมาดูนาฬิกาคอม...อ่าว พึ่ง 6.13 น. (นาฬิกาในโทรศัพท์มันเร็วกว่าเวลาจริง 20+ นาที)

นั่งเปิดเว็ปดูโปรโตซัว...(คาบแรก ชีวะ ตูลืมอ่าน พึ่งเน็ท)

ดูได้นิดนึงก็ออกจากบ้านตอน 7.00 น. ถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพตอน 7.30 น. ทันเข้าแถว

แต่แล้วก็มีวจนพิธีเปิดภาคเรียนที่ 1 ที่หอประชุม ก็เลยไม่ต้องเรียนคาบแรก บั๋ยบายชีวะ~

แต่มาคาบ 2 เจออังกฤษเพิ่มเติมไป ...อ๊ะ ลืมดิก เลยฝากเพื่อนยืมดิกมาให้...รอดไป

แต่ข้อสอบของอธิการก็ต้องทำเอากุมขมับ เพราะศัพท์แ*งไม่เคยพบไม่เจอมาก่อนซักตัว(ยกเว้น Mirage กะ Illusion) งานนี้มีดิกศพยังไม่สวยเลยครับพี่น้อง...

เอาเถอะ สอบของต้นภาคเรียนไม่ถึงกับต้องซีเรียส

แล้วชีวิตในโรงเรียนของข้าพเจ้าก็ดำเนินไปตามปกติ

เมื่อถึงพักกลางวัน กระผมก็ไปซื้อข้าวมารับประeat ตามปกติ

แต่ที่ไม่ปกติคือ

ทำไมวันนี้ข้าวแพงหูฉี่จังครับ

36 บาท!!!!

พระเจ้าจร๊อดดดดด!! เกิดมากรูยังไม่เคยกินข้าวโรงเรียนจานเดียวราคา 30+ เลยนะเฟร้ยยยยย!!!!

กินไปน้ำตาเล็ดไป แ*ง...ยำอะไรวะ น้ำมะนาว + น้ำปลาแม่งกัดปากกรูจิ๊บหัย...คราวนี้ไม่ซื้อมาแล้วแสรดดด

ตอนบ่ายก็ชิวๆไปเรื่อยครับ พึ่งเปิดเรียนวันที่ 2 เอาอะไรมาก...

แต่วิชาปิดท้าย ฟิสิกส์ อาจารย์แกพาออกไปเรื่องลูกหนังซะฉิบ...(ไอ้ตูก็ไม่ได้แฟนสิงห์ลูกหนัง บงบอลบ่ได้เบ่ง)

เลิกเรียน ก็ แวะร้านประจำข้างโรงเรียนหน่อย

ก็เข้าไปซุยในร้านกะเพื่อนนิดๆหน่อยๆ เออ ออกมาก็ซื้อคาโนค่อน(นิยาย)กะคาริน(ออกมาให้กรูกระเป๋าฉีกจินะ) ล่อไป 180 บาท กระเป๋าจ๋า ตังลาก่อน

แล้วก็รอแม่มารับกลับบ้าน...

ถึงบ้าน ก็ ตามสูตร อาบน้ำ เปลี่ยนชุด เปิดคอม เช็คสภาพ EVA-01 ว่ายังโอเคมั้ย ปรากฎว่าโดนสอยเพิ่มไป 3 ....(แล้วก็ไปสอย F91 แล้วโดนยิงกลับม่องมาอีก 1 ...ชิ)

คราวนี้ เนื่องจากเมื่อวาน เราไม่อยู่ เราจึงหลังเขา พึ่งรู้ว่าเมื่อวานเกิดเรื่องขึ้น

เรื่องที่ว่า ก็ตามบล็อคพี่ใหญ่ของเกาเหลาคลับ http://kongxxx123.exteen.com/

ก็เรื่องของเกรียนนายหนึ่งน่ะนะ เท่าที่ผมอ่าน...

อืมมม ช่างเกรียนจริงๆ... ไม่มีอะไรจะอธิบายได้มากกว่านี้แล้ว คนมันมุขตัน

....ก็เห็นว่าเรื่องมันจบแล้ว ก็ช่างมัน ไปใส่ไฟอีกก็ใช่เรื่อง จบได้ก็ดีแล้ว

แต่หลังจากกลับบ้าน ก็รู้สึกว่าหงุดหงิดมาตลอดเหมือนกัน

แอบคิดอยู่อ่านะว่า บอร์ด RCT เริ่มลงคลองอีกแล้ว อืม ทำไมกันนะ รึว่าตูคิดไปเอง...

ก็นั่งหน้ามุ่ยมาได้ซักระยะ....

จนเกิดเรื่องขึ้น...

"แก๊บ เก็นจิตายแล้ว"

!!!

อ่าวเฮ้ย!! กระต่ายบ้านตู!!!

ผมรีบวิ่งไปที่หลังบ้านครับ ไปยังที่ๆมันอยู่

ถึงแม้ว่า ผมตัดขาดกับมันก็จริง(เพราะมันระแวงผมเหลือเกิน ทำเอาผมเข้าหลังบ้านลำบากเลย)

ผมก็เห็นแม่ผมลูบร่างของเก็นจิ กระต่ายที่อยู่มาร่วม 3 ปี นอนตะแคงตัวแข็งทื่อไปเรียบร้อย...

ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะตายวันนี้ แต่ไม่มีใครรู้สาเหตุการตายของมัน

เพราะรู้อีกที่ มันก็กลายเป็นแค่ร่างไร้วิญญาณไปแล้ว

ที่จริงมันอยู่ใต้เก้าอี้เล็กครับ ไม่สังเกตก็ไม่รู้ แต่แม่ผมจับสิ่งผิดสังเกตได้จากการที่เรียกแล้วมันไม่โผล่มา

จริงอยู่ครับว่า กระต่ายมันคือสิ่งมีชีวิต มันมีวันเกิด ย่อมมีวันตาย

และจริงอยู่ว่า บ้านผมเลี้ยงสัตว์มานี่ ไม่ใช่เป็นตัวแรก

ผมไม่ได้เห็นสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงอยู่ในบ้าน กลายเป็นศพให้เห็น เป็นครั้งแรก

แต่ผมก็ยังรู้สึกเสียใจ น้ำตาปริ่มออกมา แต่ด้วยความละอายและทิฐิ ผมกลับกลั้นน้ำตาไว้แล้วเก็บมันกลับไป ทิ้งไว้แต่ความโศกเศร้าและไว้อาลัยมัน

แต่กระต่ายที่เลี้ยงไว้ตัวก่อน ตอนมันตาย ผมร้องไห้โฮเลย แต่ก็ยอมรับความตายของมัน

แต่ผมสงสารให้กับความทุกข์ทรมาณตอนก่อนที่มันจะตายมากกว่า

กระต่ายตัวก่อนตายเพราะถูกพิษครับ แต่ไม่รู้ว่าพิษจากอะไรกันแน่ ที่รู้ว่าพิษก็เพราะว่าก่อนตายมันอ้วกออกมา แล้วปากมันเป็นสีม่วงครับ แถมมันอ่อนแรงอย่างมาก

ส่วนตัวที่พึ่งตายนี้ แม่ผมคิดว่าตายเมื่อเช้าวันนี้ แตสาเหตุการตายของมัน ยังไม่รู้

ผมขอพูดปิดท้ายซักนิดครับ

ความตาย ไม่มีกำหนดการ ไม่มีสัญญาณเตือน

ผมไม่ได้แช่งนะครับ

แต่ทุกคนย่อมมีวันที่ตัวเองจะต้องตาย ไม่ช้าก็เร็ว

อีก 50 ปี อีก 10 ปี อีก 1 ปี อีก 1 เดือน อีก 1 วัน อีก 1 ชั่วโมง อีก 1 วินาที หรืออีก 1 วินาที

ที่จะมีสิ่งมีชีวิตตายเพิ่มขึ้น จากจุดใดจุดหนึ่งบนโลกใบนี้

คุณอย่าคิดว่าคุณเป็นคนหนุ่มคนสาว คนแข็งแรง คนมีฐานะ คนใหญ่คนโตมาจากไหน แล้วคุณจะมีเวลาอีกยาวนานกว่าจะถึงจุดจบของชีวิต

คุณไม่ได้เป็นคนที่เลือกวันตายของคุณเองได้

คุณเป็นแค่เบื้องล่างของความตาย คุณไม่อาจหลีกหนี

คุณมีพละกำลังที่แข็งแรง แต่คุณไม่สามารถเข้าต่อสู้เพื่อเอาชนะความตายได้

คุณมีทรัพย์สินมากมายก่องกองมากแค่ไหน แต่คุณก็ไม่สามารถซื้อหรือแลกการมีชีวิตต่อกับความตายได้

คุณมีความรู้มากมายแค่ไหนก็ตาม ถึงคุณจะสามารถสร้างยารักษาโรคได้ แต่คุณสร้างยารักษา"อายุขัย"ของมนุษย์ไม่ได้

มนุษย์เราค้นหาทุกวิถีทาง เพื่อให้ยังคงมีชีวิตรอด พยายามเอาชนะความยากลำบากที่ประสบในปัจจุบัน รวมทั้งโรคที่นำมาซึ่งความตายทั้งหลาย แต่สุดท้าย มนุษย์ก็ไม่เป็นอมตะ ตายเพราะอายุขัยมั่ง ถูกยิงตายมั่ง รถชนมั่ง บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลไม่ทันมั่ง และอีกสารพัดสาเหตุ

ดังนั้น ในยามที่คุณยังมีชีวิตอยู่ และแน่นอน คนที่คุณรักยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งอันดับแรกก็ต้องนึกถึงคุณพ่อคุณแม่อยู่แล้ว

ขอให้ดูแล และรัก ทำให้ท่านภูมิใจในตัวพวกคุณ เพราะถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ของพวกคุณถึงเวลาที่ความตายมาเยือน คุณก็ไม่สามารถดูแลพวกท่านได้อีกแล้ว

edit @ 24 May 2008 23:06:27 by Kenjinora